Faithlife Sermons

Big Story 44 - Mark #11 - Healing of Jarius' Daughter

Notes & Transcripts
Sermon Tone Analysis
A
D
F
J
S
Emotion
A
C
T
Language
O
C
E
A
E
Social
View more →
Mark 5:21–43 THSV11
21 เมื่อพระเยซูเสด็จลงเรือข้ามฟากกลับไปแล้ว มหาชนมาเฝ้าพระองค์ ขณะที่พระองค์ยังประทับที่ริมฝั่งทะเล 22 และมีนายธรรมศาลาคนหนึ่งชื่อไยรัสมาที่นั่น เมื่อเขาเห็นพระเยซูก็กราบลงที่พระบาทของพระองค์ 23 แล้วทูลอ้อนวอนพระองค์ว่า "ลูกสาวเล็กๆ ของข้าพระองค์ป่วยหนัก ขอพระองค์เสด็จไปวางพระหัตถ์บนเธอ เพื่อเธอจะหายโรคและมีชีวิตอยู่" 24 พระองค์จึงเสด็จไปกับเขา มหาชนตามไปและเบียดเสียดพระองค์ 25 มีผู้หญิงคนหนึ่งเป็นโรคโลหิตตกมาสิบสองปีแล้ว 26 เธอทนทุกข์ลำบากมากกับหมอหลายคน และสูญสิ้นทรัพย์ที่เธอมี แต่โรคนั้นก็ไม่ได้บรรเทา กลับยิ่งกำเริบหนักขึ้น 27 เมื่อหญิงผู้นั้นได้ยินถึงเรื่องพระเยซู เธอก็เดินเข้าไปในฝูงชนที่มาทางข้างหลังพระองค์ และแตะต้องฉลองพระองค์ 28 เพราะคิดว่า "ถ้าฉันได้แตะต้องเพียงฉลองพระองค์ฉันก็จะหายโรค" 29 ทันใดนั้นโลหิตที่ตกก็หยุดแห้งไป และหญิงผู้นั้นรู้สึกตัวว่าโรคหายแล้ว 30 พระเยซูเองก็ทรงรู้สึกทันทีว่าฤทธิ์ซ่านออกจากพระองค์ จึงเหลียวหลังมาหาฝูงชนตรัสว่า "ใครแตะต้องเสื้อของเรา?" 31 พวกสาวกทูลว่า "พระองค์ทอดพระเนตรเห็นอยู่แล้วว่าฝูงชนกำลังเบียดเสียดพระองค์ แล้วพระองค์ยังจะทรงถามอีกหรือว่า 'ใครแตะต้องเรา'?" 32 พระเยซูทอดพระเนตรดูรอบๆ เพื่อจะดูว่าใครเป็นคนที่ทำ 33 หญิงผู้นั้นก็กลัวจนตัวสั่น เพราะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง จึงมากราบลงทูลพระองค์ตามความเป็นจริงทั้งสิ้น 34 พระองค์จึงตรัสกับหญิงผู้นั้นว่า "ลูกหญิงเอ๋ย ที่หายโรคนั้นก็เพราะลูกเชื่อ จงไปเป็นสุขและหายโรคนี้เถิด" 35 ขณะที่พระองค์ยังตรัสไม่ทันขาดคำ ก็มีบางคนมาจากบ้านนายธรรมศาลาบอกว่า "ลูกสาวของท่านตายแล้ว ยังจะรบกวนอาจารย์อีกทำไม?" 36 แต่พระเยซูไม่สนพระทัยสิ่งที่พวกเขากล่าวนั้น พระองค์ตรัสกับนายธรรมศาลาว่า "อย่าวิตกเลย จงเชื่อเท่านั้น" 37 พระองค์ไม่ประทานอนุญาตให้ใครไปด้วย เว้นแต่เปโตร ยากอบ และยอห์นน้องชายของยากอบ 38 เมื่อพระองค์เสด็จไปถึงบ้านของนายธรรมศาลาแล้ว ก็เห็นคนกำลังวุ่นวายร้องไห้คร่ำครวญอย่างมาก 39 เมื่อพระองค์เสด็จเข้าไปแล้ว จึงตรัสถามพวกเขาว่า "พวกท่านร้องไห้วุ่นวายไปทำไม? เด็กคนนั้นยังไม่ตาย เพียงแต่นอนหลับอยู่เท่านั้น" 40 พวกเขาก็พากันหัวเราะเยาะพระองค์ หลังจากพระองค์ไล่คนเหล่านั้นออกไปแล้ว จึงพาบิดามารดาและพวกสาวกที่ตามพระองค์มานั้นเข้าไปในที่ที่เด็กอยู่ 41 พระองค์ทรงจับมือของเด็กหญิงผู้นั้นตรัสว่า "ทาลิธา คูม" แปลว่า เด็กหญิงเอ๋ย จงลุกขึ้นเถิด 42 เด็กหญิงคนนั้นก็ลุกขึ้นเดินทันที เพราะว่าเด็กคนนั้นอายุสิบสองปีแล้ว พวกเขาก็ประหลาดใจอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ 43 พระองค์ทรงกำชับพวกเขาว่าอย่าให้คนอื่นล่วงรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด แล้วทรงบอกให้พวกเขานำอาหารมาให้เด็กคนนั้นรับประทาน

2 people of faith

Thai Standard Version 2011 บุตรสาวของไยรัส และหญิงผู้ถูกต้องชายฉลองพระองค์

ผู้หญิงคนหนึ่งเป็นโรคโลหิตตกมาสิบสองปีแล้ว

26 เธอทนทุกข์ลำบากมากกับหมอหลายคน และสูญสิ้นทรัพย์ที่เธอมี แต่โรคนั้นก็ไม่ได้บรรเทา กลับยิ่งกำเริบหนักขึ้น

27 เมื่อหญิงผู้นั้นได้ยินถึงเรื่องพระเยซู เธอก็เดินเข้าไปในฝูงชนที่มาทางข้างหลังพระองค์

There are 2 people in this story and in a lot of ways they are similar
A lot of ways they are different

Jarius ไยรัส

Mark 5:22–24 ESV
22 Then came one of the rulers of the synagogue, Jairus by name, and seeing him, he fell at his feet 23 and implored him earnestly, saying, “My little daughter is at the point of death. Come and lay your hands on her, so that she may be made well and live.” 24 And he went with him. And a great crowd followed him and thronged about him.
Mark 5:22–24 THSV11
22 และมีนายธรรมศาลาคนหนึ่งชื่อไยรัสมาที่นั่น เมื่อเขาเห็นพระเยซูก็กราบลงที่พระบาทของพระองค์ 23 แล้วทูลอ้อนวอนพระองค์ว่า "ลูกสาวเล็กๆ ของข้าพระองค์ป่วยหนัก ขอพระองค์เสด็จไปวางพระหัตถ์บนเธอ เพื่อเธอจะหายโรคและมีชีวิตอยู่" 24 พระองค์จึงเสด็จไปกับเขา มหาชนตามไปและเบียดเสียดพระองค์
มีนายธรรมศาลาคนหนึ่งชื่อไยรัสมา
President of the Synagoge นายธรรมศาลา
parent in anguish - worrying about dying daughter
he has some faith - works at temple
there is not a moment to spare, but Jesus spares it because there is someone
he must have been mad- she is going to die!
endangering his daughter to stop
the lady comes up
Mark 5:27 ESV
27 She had heard the reports about Jesus and came up behind him in the crowd and touched his garment.
Mark 5:27 THSV11
27 เมื่อหญิงผู้นั้นได้ยินถึงเรื่องพระเยซู เธอก็เดินเข้าไปในฝูงชนที่มาทางข้างหลังพระองค์ และแตะต้องฉลองพระองค์
so start telling who she is and her story?

with the lady of Blood - มีผู้หญิงคนหนึ่งเป็นโรคโลหิตตก

Mark 5:26–34 ESV
26 and who had suffered much under many physicians, and had spent all that she had, and was no better but rather grew worse. 27 She had heard the reports about Jesus and came up behind him in the crowd and touched his garment. 28 For she said, “If I touch even his garments, I will be made well.” 29 And immediately the flow of blood dried up, and she felt in her body that she was healed of her disease. 30 And Jesus, perceiving in himself that power had gone out from him, immediately turned about in the crowd and said, “Who touched my garments?” 31 And his disciples said to him, “You see the crowd pressing around you, and yet you say, ‘Who touched me?’ ” 32 And he looked around to see who had done it. 33 But the woman, knowing what had happened to her, came in fear and trembling and fell down before him and told him the whole truth. 34 And he said to her, “Daughter, your faith has made you well; go in peace, and be healed of your disease.”
Mark 5:26–34 THSV11
26 เธอทนทุกข์ลำบากมากกับหมอหลายคน และสูญสิ้นทรัพย์ที่เธอมี แต่โรคนั้นก็ไม่ได้บรรเทา กลับยิ่งกำเริบหนักขึ้น 27 เมื่อหญิงผู้นั้นได้ยินถึงเรื่องพระเยซู เธอก็เดินเข้าไปในฝูงชนที่มาทางข้างหลังพระองค์ และแตะต้องฉลองพระองค์ 28 เพราะคิดว่า "ถ้าฉันได้แตะต้องเพียงฉลองพระองค์ฉันก็จะหายโรค" 29 ทันใดนั้นโลหิตที่ตกก็หยุดแห้งไป และหญิงผู้นั้นรู้สึกตัวว่าโรคหายแล้ว 30 พระเยซูเองก็ทรงรู้สึกทันทีว่าฤทธิ์ซ่านออกจากพระองค์ จึงเหลียวหลังมาหาฝูงชนตรัสว่า "ใครแตะต้องเสื้อของเรา?" 31 พวกสาวกทูลว่า "พระองค์ทอดพระเนตรเห็นอยู่แล้วว่าฝูงชนกำลังเบียดเสียดพระองค์ แล้วพระองค์ยังจะทรงถามอีกหรือว่า 'ใครแตะต้องเรา'?" 32 พระเยซูทอดพระเนตรดูรอบๆ เพื่อจะดูว่าใครเป็นคนที่ทำ 33 หญิงผู้นั้นก็กลัวจนตัวสั่น เพราะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง จึงมากราบลงทูลพระองค์ตามความเป็นจริงทั้งสิ้น 34 พระองค์จึงตรัสกับหญิงผู้นั้นว่า "ลูกหญิงเอ๋ย ที่หายโรคนั้นก็เพราะลูกเชื่อ จงไปเป็นสุขและหายโรคนี้เถิด"
she could have waited 30 min more after 12 years
she just wanted to touch his coat - superstition?
maybe more sophisticated and understood that God makes clean
her issue made her unclean
don’t know what she was thinking, but she was desperate
suffered for a long time doctors/medicine couldn’t help, she spent all her resources, she only got worse
medicine couldn’t help
she spent all her resources
she only got worse
เธอทนทุกข์ลำบากมากกับหมอหลายคน และสูญสิ้นทรัพย์ที่เธอมี แต่โรคนั้นก็ไม่ได้บรรเทา กลับยิ่งกำเริบหนักขึ้น
เธอทนทุกข์ลำบากมากกับหมอหลายคน และสูญสิ้นทรัพย์ที่เธอมี แต่โรคนั้นก็ไม่ได้บรรเทา กลับยิ่งกำเริบหนักขึ้น
the crowd - how could they know who touched him?

She knew what happened and and came, fell at his feet, feared, told the whole truth

Got an answer - your faith hashealed you, go in peace, be freed from your suffering
"ลูกหญิงเอ๋ย ที่หายโรคนั้นก็เพราะลูกเชื่อ จงไปเป็นสุขและหายโรคนี้เถิด"
healed you, go in peace, be freed from your suffering
go in peace
be freed from your suffering

Jesus พระเยซู

She wants the miracle, Jesus wants to talk to her

She probably would have been happy to just get healed and go away
She wanted an answer to her problems, he wants to confront her about her faith
She has been physically healed, but unless he deals with her right now, she’ll never become an eternally transformed disciple of his whose entire life is completely turned around and will be turned around forever and ever and ever
The personal encounter is vital, however, for anything really significant to happen—for faith to become real faith
miracles lead to a meeting
he knows the answers, but he asks the question - who touched me? 'ใครแตะต้องเรา'?" - Adam
'ใครแตะต้องเรา'?"- Adam
he knew her issue. he wasn’t startled พระเยซูทรงรู้บาญญหาของเธอ
it wasn’t just magic มายากล, it was personal - he wanted him to know that his words and miracles were connected
Jesus doesn’t want to just be used a genie, a tool, my power
God does help us when we are not deserving, but he wants it to move from that to faith and relationship
it was her faith that transformed her - others touched Jesus too - หายโรคนั้นก็เพราะลูกเชื่อ
she shouldn’t have been there - she was unclean and in trouble
she had lived in shame for 12 years, but now she was seeing the light
What Jesus said had meaning more than she knew - it is the language of the Gospel - พระเยซูทรงใช้ภาษาของ ข่าวประเสริฐ
“your faith has saved you” ลูกหญิงเอ๋ย ที่หายโรคนั้นก็เพราะลูกเชื่อ
Salvation = healing from a disease ความรอด
Physical = healing, but also healing from a disease รอดจากโรก
Salvation from sin and the curse รอดจากความบาป
Ultimately transformation of our bodies on the last day, a new heaven and new earth
she didn’t understand all of that, but
that is where the book is going - where jesus' life is going - the purpose of Jesus life
to make all that possible this is just a small part - like a window to the larger healing that Jesus is doing
More than "Go away and be happy"
Jesus isnt just a doctor, magician, but a Father and God
God does help us when we are not deserving, but he wants it to move from that to faith and relationship
she had lived in shame for 12 years, but now she was seeing the light
they should lead to discipleship
they should lead to discipleship
discipleship is not just trying to get your needs met - it is growing by being with Jesus
being with him following him, knowing him and letting him know you
about her faith, Jesus brings up
who she is
that she has been healed,
she has been freed

Jesus

adam
he knew her issue. he wasn’t startled
he wanted him to know that his words and miracles were connected - it wasn’t just magic, it was personal
it was her faith that transformed her - others touched Jesus too
What Jesus said had meaning more than she knew - it is the language of the Gospel
your faith has saved you
salvation =
physical = healing, but also
salvation from sin and the curse
Ultimately transformation of our bodies on the last day, a new heaven and new earth
a new heaven and new earth she didn’t understand all of that, but that is where the book is going - where jesus' life is going to make all that possible this is just a small part - like a window to the larger healing that Jesus is doing More than "Go away and be happy"
she didn’t understand all of that, but that is where the book is going - where jesus' life is going
to make all that possible this is just a small part - like a window to the larger healing that Jesus is doing
More than "Go away and be happy"

back to Jairus

It gets more dramatic - this whole time Jarius is waiting
In this time, his daughter died
healed one and another died

the question is - why bother him any more?

3 answers

1. because its never too late for Jesus to work

Maybe for doctors, medication, money, logic, friends, your own effort
We don’t trust his timing'
but Jesus is teaching us
Jesus never works on our schedule. and it looks to us like it is unexcusable and unreasonable.

because no one is too far gone for him to save

Jesus never works on our schedule. and it looks to us like it is unexcusable and unreasonable.

2. nothing is too difficult for him

storm, the demon man, healed a lady after 12 years

3. because no one is too far gone for him to save

12 years of shame and frustration are healed in a momentary touch
Now this girl is dead - too far for anyone
this is the problem with faith - when things get difficult we want to stop believing
Jesus does not rehearse what has happened, why, or what might have been.
Instead, he speaks directly to Jairus. There is still one thing Jairus can do, but he must shift his focus from the circumstances of his daughter’s death to Jesus himself. “ ‘Don’t be afraid; only believe.’ ”
This is the challenge before Jairus, and before everyone who meets Jesus: to believe only in what circumstances allow, or to believe in the God who makes all things possible?
One thing only is necessary—to believe
professional mourners as loud as they can be to help people be sad and let it out
Jesus says - why all the mourning, she is not dead but sleeping
its Jesus way of saying that death is not final
they laugh at him

Therefore we learn about faith - what it is and isnt

The worlds understanding of faith- -
The worlds understanding of faith- -

Faith isnt...

The world’s understanding of faith
The worlds understanding of faith- -just a way to refer to religion
just a way to refer to religion
your personal preference seperate from questions of truth -
allah helps some, Jesus some, krishna some, voodoo some, the stars
your personal preference abstract from questions of truth - allah helps some, Jesus some, krishna some, voodoo some, the stars
just that it is true for you
Just Being sincere จริงใจ - "you just have to believe" you have to really really trust!
that’s not in the Bible

Christian Faith is...

...dependent on ขึ้นอยู่กับ the truth
...dependent on what you are believing - if that is true good
a chair
faith is good if what you believe is TRUE
Paul says in 1 cor 15 - if its not true that he rose, its vain, - not because of lack of sincerity, but because its not TRUE, LIARS, and to be pitited
Christian never says to believe in something you don’t think is true - that’s gullibiilty or stupidity or something, but not faith
Christians always talk about JESUS who lived and ROSE because it matters if it is true

1. it opens the door to the power of God

It is how we receive God’s help
all of God’s mighty power and miraculous grace and mercy
1. it opens the door to the power of God
How can we who are weak receive God’s help?
bribing? doing good? no - Faith
God doesn’t ask anything else from us
Faith overcomes obstacles - Faith shows persistance in overcoming obstacles
2. Faith shows persistance in overcoming obstacles
Faith is shown by action
3. Faith is embodied in action
Our Faith is in Jesus who is sufficient to meet whatever need one has
4. Faith is impelled by desperation that jeuss is sufficient to meet whatever need one has

How can I trust Christ?

you might want to compare your life with others and say why can't I believe like that - mature faith

maybe you suffered a lot
with the suffering came a lot of doubts and insecurity and fear
you are afraid
maybe you aren't all that smart
Maybe you have difficulties in your life that make life hard - how can you believe?? you don’t have tiem
Maybe you have sin that you fight with, but you can't overcome

the faith that is commended is not the faith of the strong, but the faith of the weak

the one that is respected, but the disgraced
not the bold, but the fearful
not the one who lived in the temple, but the one that was guilty

That is who Jesus is

he came for the sick, not the ones that don’t need a doctor
for the weak
for the broken and guilty
for the sinner - not the righteous
Just reach out your hand weakly, and Jesus looks to you
What may strike us as superstition, however, Jesus calls faith. He interprets her action as something based on trust. This means that one does not need sophisticated intellectual and theological clarity before one can access Jesus’ transforming power.
“Don’t fear, only believe” "อย่าวิตกเลย จงเชื่อเท่านั้น"
1. it opens the door to the power of God
2. Faith shows persistance in overcoming obstacles
3. Faith is embodied in action
4. Faith is impelled by desperation that jeuss is sufficient to meet whatever need one has
Related Media
Related Sermons