Faithlife Sermons

Jesus the Great High Priest พระเยซู มหาปุโรหิตยิ่งใหญ่

Hebrews  •  Sermon  •  Submitted
0 ratings
· 34 views
Notes
Transcript
พระเจ้าสถิตกับท่าน (และสถิตกับท่านด้วย)
บทนำ
สถานการณ์การระบาดไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างมากในวงกว้างระดับโลก และส่งผลในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน ชีวิตของเราได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บางคนอาจจะตกงาน บางคนอาจจะถูกลดเงินเดือน หรือ ถ้าเป็น freelance ก็อาจจะไม่มีงานให้ทำเลยก็ว่าได้ บางคนอาจต้องกักตัวเองที่บ้าน ขาดรายได้ ที่หนักที่สุดคือ บางครอบครัวอาจจะต้องสูญเสียสมาชิกในครอบครัวจาก COVID-19 สำหรับผมเอง ผลกระทบสำหรับผมในวันนี้ อย่างน้อยที่สุดก็ คือ ผมต้องเทศนาจากธรรมาส ที่ตรงหน้าผมคือเก้าอี้ที่ว่างเปล่า
ในเวลานี้ พระเจ้าอยากจะหนุนใจพี่น้อง หรือใครก็ตามแม้ยังไม่เชื่อในพระเจ้า ผู้ที่ต้องประสบกับความทุกข์ยากลำบาก เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ให้กลับมาหาพระเจ้าเที่ยงแท้ครับ ใน เยเรมีย์ 16:19-21
“ข้าแต่ องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเป็นพละกำลัง เป็นป้อมปราการ และเป็นที่ลี้ภัยในยามทุกข์ลำเค็ญของข้าพระองค์ ประชาชาติต่างๆ จากสุดโลก จะมาเฝ้าพระองค์และกราบทูลว่า “บรรพบุรุษของข้าพระองค์ทั้งหลายไม่ได้ครอบครองสิ่งใดนอกจากเทพเจ้าจอมปลอม เป็นรูปเคารพอันไร้ค่าที่ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้ มนุษย์จะสร้างพระเจ้าให้ตนเองได้หรือ? ได้สิ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่พระเจ้าเลย!” “ฉะนั้นเราจะสั่งสอนพวกเขา คราวนี้เราจะสอนให้เขารู้ถึง ฤทธานุภาพและฤทธิ์อำนาจของเรา แล้วพวกเขาจะรู้ว่า นามของเราคือพระยาห์เวห์”
เราอาจจะยึด ชื่อเสียง เงินทอง หน้าที่การงาน สุขภาพ ความมั่นคงจากสิ่งภายนอก วันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่า สิ่งเหล่านี้ที่เราอาจจะเคยยึดไว้เป็นพระเจ้า เป็นรูปเคารพแทนพระเจ้าเที่ยงแท้ สามารถหายไปได้ชั่วข้ามคืน ผมอยากจะหนุนใจท่านให้กลับมาหาพระเจ้าเที่ยงแท้ พระองค์ทรงสัญญาว่าจะทรงเป็นป้อมปราการ เป็นกำลัง และเป็นที่ลี้ภัยให้กับท่านในยามทุกข์ลำเค็ญนี้ครับ
พระคัมภีร์วันนี้ในฮีบรูก็ได้เชื้อเชิญเราเช่นกันให้กลับมาหาองค์พระผู้เป็นเจ้า รับพระคุณและพระเมตตาจากพระเจ้า ความจริงแล้วบาปเป็นสิ่งที่กันเราไว้จากพระเจ้า ผู้ทรงเป็นองค์บริสุทธิ์ ปราศจากบาป พระคัมภีร์วันนี้เช่นกันได้กล่าวถึง สิ่งที่สำคัญมาก ในเรื่องความบาป ศัตรูที่มองไม่เห็น เปรียบเหมือนอย่างเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ความบาปเปรียบเหมือนกับเชื้อโรคร้ายฝ่ายวิญญาณที่ส่งผลกระทบกับชีวิตของเรา และนำเราไปสู่ความพินาศ และความตาย
กลับมาที่พระคัมภีร์
ก่อนที่ผมจะพูดถึงความบาป ผมมีคำถามเกี่ยวกับพระคำตอนนี้ก่อนครับ สำหรับผู้เชื่อนะครับ พี่น้องคิดว่า ทุกวันนี้เรายังจำเป็นต้องการมหาปุโรหิต เพื่อเป็นตัวกลางระหว่างเรากับพระเจ้าอยู่อีกหรือไม่ครับ ? คำถามนี้เป็นคำถาม ที่ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่จะตอบว่า ไม่ต้องการแล้ว มหาปุโรหิตเป็นเรื่องของพันธสัญญาเดิม ความจริงแล้ว พระธรรมฮีบรูตอนนี้ กำลัง บอกเราว่า พระเยซูแม้ในขณะนี้ยังคงทำพระราชกิจอยู่เพื่อเรา เพื่อพี่น้อง และเพื่อตัวผมเองด้วย ในข้อที่ 14 “เพราะฉะนั้น เมื่อเรามีมหาปุโรหิตยิ่งใหญ่ผู้เสด็จผ่านฟ้าสวรรค์แล้ว...” หลังจากพระเยซูเสด็จขึ้นสู่ฟ้าสวรรค์ พระคริสต์ทรงเป็นมหาปุโรหิตเพื่อเราในแผ่นดินของพระเจ้า หนึ่งในคำสอนหลักของพระธรรมฮีบรู คือ พระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตยิ่งใหญ่ ในบทที่ 4 ตั้งแต่ข้อที่ 14 จนถึงจบบทในข้อที่ 16 ได้พูดถึงการตอบสนองของเราต่อความจริงนี้ ที่พระเยซู ทรงเป็นมหาปุโรหิตยิ่งใหญ่ของเรา และ ในบทที่ 5 ข้อที่ 1-10 ได้ให้ความเข้าใจถึงลักษณะการเป็นมหาปุโรหิต และ คำอธิบายว่า พระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตได้อย่างไร และแท้จริงแล้วทรงยิ่งใหญ่กว่า มหาปุโรหิต คนอื่นๆ ที่สืบเชื้อสายมาจากอาโรน เพราะว่าพระองค์ทรงเป็นมหาปุโรหิตตามแบบอย่างของเมลคีเซเดค ปุโรหิตนิรันดร์ ซึ่งพระธรรมฮีบรูมีการขยายความเข้าใจนี้เพิ่มเติมใน บทที่ 7 และ 8 และจะอยู่ในคำเทศนาของผมในเดือนเมษายน
อย่างที่อาจารย์แอนดรูว์และ อาจารย์ไพโรจน์ได้เทศนาในครั้งก่อนๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ฮีบรู 2:1 “เพราะเหตุนี้ เราจะต้องเอาใจใส่ในสิ่งต่างๆ ที่เราได้ยินให้มากขึ้นอีก เพื่อเราจะไม่ห่างไกล (ค่อยๆถอยห่าง) ไปจากข้อความเหล่านั้น” พระเจ้ากำลังสื่อสารพระคำของพระองค์ไปยังผู้เชื่อที่กำลังค่อยๆ ถอยห่างออกจากความเชื่อในพระเยซู คริสต์ ผู้เชื่อในคริสตจักรยุคแรกที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างมากจากสังคม ครอบครัว วัฒนธรรม ศาสนาที่ผู้เชื่ออาศัยอยู่ เชื่อกันว่าผู้เชื่อเหล่านี้ เป็นยิวที่อาศัยกระจัดกระจายอยู่ในอาณาจักรโรมัน ที่กลับใจต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอด แต่เนื่องจากต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ เมื่อเป็นผู้เชื่อ บางคนอาจเผชิญกับการข่มเหงความเชื่อ ถึงขั้นถูกยึดทรัพย์สิน ที่ดิน สูญเสียกรรมสิทธิ์ครอบครอง สูญเสียฐานะทางการเงิน และ เศรษฐกิจ บางคนอาจต้องตกงาน เขาเหล่านั้นจึงอาจจะอยากกลับไปสู่ความเชื่อเดิม ศาสนาเดิม โดยค่อยๆ ถอยห่างออกจากชุมชุมแห่งความเชื่อ ค่อยๆถอยห่างออกจากคริสตจักร ไม่มาร่วมชุมนุมเหมือนอย่างเคย และขาดการประชุม อย่างที่พระเจ้าทรงเตือนผู้เชื่อในฮีบรู 10:25 “อย่าขาดการประชุมเหมือนอย่างบางคนที่ทำอยู่เป็นนิสัย” จนในที่สุดก็จะ ปฎิเสธพระเยซู คริสต์ พระผู้ช่วยให้รอดของเขาในที่สุด แท้จริงแล้วพระธรรมตอนนี้กำลังบอกกับเราว่า พระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตผู้ยิ่งใหญ่ เป็นใหญ่กว่า มหาปุโรหิตที่เป็นเพียงมนุษย์คนบาปในศาสนายูดายซึ่งเป็นความเชื่อเดิมของพวกเขา เพราะว่า พระเยซู ทรงเป็นมหาปุโรหิตนิรันดร์ พระเยซูผู้ทรงเป็นทั้งมนุษย์ 100% ที่ปราศจากความบาป และทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ด้วยในเวลาเดียวกัน พระเยซู ทรงเป็นมหาปุโรหิตผู้ยิ่งใหญ่ กว่ามหาปุโรหิตเดิม เพราะว่า ทรงช่วยไถ่เราให้พ้นจากความบาป ได้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์
การประยุกต์ในชีวิต
การถอยห่างจากความเชื่อ มักจะแสดงให้เห็นจาก การจัดลำดับความสำคัญในชีวิตเราที่เริ่มเปลี่ยนไป หลายครั้งเกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ไม่ว่าจะเป็น เริ่มเข้ามหาวิทยาลัย เมื่อเริ่มต้นชีวิตทำงานหลังเรียนจบ เมื่อเริ่มมีแฟน เมื่อมีครอบครัว มีลูก หรือบางคนเมื่อ มีหลาน หลายครั้ง การให้ความสำคัญของเราก็เริ่มเปลี่ยนไป
หลายคน เมื่อเห็นคนที่ไม่เชื่อ ประสบความสำเร็จ มีการเงิน การงานที่ดีกว่าเรา เราก็เริ่มที่จะเปรียบเทียบกับชีวิตของเราที่เป็นผู้เชื่อ ทำไมชีวิตฉันต้องลำบากขนาดนี้ กว่าจะได้เงินเพียงเล็กน้อยมาดูแลครอบครัว เริ่มสงสัยในพระเจ้า ทำไมพระเจ้าไม่อวยพรเราในเรื่องทรัพย์สินเงินทอง เหมือนอย่างคนเหล่านั้น สิ่งเหล่านี้มักจะ เริ่มต้นก่อนที่ความคิด เริ่มสงสัยพระเจ้า จากนั้นก็จะค่อยๆพัฒนาออกมาเป็นคำพูด เป็นคำบ่น ต่อว่า เพราะเมื่อเราไม่ได้มองที่พระเจ้า หรือมีใจที่ขอบพระคุณพระเจ้า ยิ่งเราเปรียบเทียบมากเท่าไหร่ เราก็จะมองข้ามพระพรของพระเจ้าในชีวิตของเราไป ซึ่งจะมีผลต่อการจัดลำดับความสำคัญในชีวิตของเรา เมื่อก่อนเราให้พระเจ้าเป็นที่หนึ่งเสมอ มาก่อนสิ่งใดๆ แต่เดี๋ยวนี้ เราเริ่มให้พระเจ้าเป็นลำดับท้ายๆในชีวิตของเรา อาจจะเริ่มต้นที่ไม่ได้เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการ เฝ้าเดี่ยว อธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์อีกแล้ว มีวิธีทดสอบง่ายๆครับ เวลาเราตื่นนอนในตอนเช้า เราคิดถึงสิ่งใดเป็นอันดับแรกครับ เราตื่นนอนมาด้วยบทเพลงสรรเสริญพระเจ้า ด้วยใจที่ขอบพระคุณพระเจ้าอยู่หรือเปล่า เรากำลังคิดถึงสิ่งใดเป็นอย่างแรกเวลาที่เราตื่นนอนครับ เพราะไม่อย่างงั้นเราก็กำลังห่างออกจากพระเจ้าไปเรื่อยๆ ทีละเล็ก ทีละน้อยแม้ตัวจะยังคงมนัสการพระเจ้าในวันอาทิตย์ก็ตาม
ยิ่งในสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญกับ COVID-19 เราต่างยังไม่สามารถมาร่วมชุมนุมด้วยกันที่คริสตจักร เพราะผลกระทบจากโรคระบาดในครั้งนี้ อาทิตย์แล้วอาทิตย์เล่าที่เราไม่ได้มานมัสการพระเจ้าที่คริสตจักรร่วมกัน อาจทำให้เราค่อยๆ ห่างออกจากพระเจ้าไป ทีละเล็กทีละน้อย อย่าให้เป็นเช่นนั้นเลยครับ ผมอยากจะหนุนใจพี่น้อง วันนี้ พระเจ้าได้ทรงนำ คริสตจักรของพระองค์ มาถึงในห้องนั่งเล่นของเรา ในห้องนอนของเรา ที่โต๊ะกินข้าวของเรา วันนี้พระเจ้าได้ทรงนำคริสตจักรของพระองค์มาที่บ้านของพี่น้องแล้วครับ
ให้เราฉวยโอกาสนี้ ให้เรากลับมานมัสการร่วมกันเป็นครอบครัว พ่อ แม่ ลูก, สามี กับ ภรรยา หรืออาจจะรวมถึง หลานๆของเรา ญาติของเรา ที่อยู่กับเรา ชวนเค้ามานมัสการพระเจ้าร่วมกันครับ ผมอยากหนุนใจให้พี่น้องมีส่วนร่วมในการนมัสการ ร้องเพลงนมัสการร่วมกันไปด้วย อธิษฐานด้วยกัน รับพระวจนะร่วมกัน หรือแม้กระทั่ง ชวนคุณพ่อ คุณแม่ของเรา หรือสมาชิกในครอบครัวของเราที่ยังไม่รู้จักพระเจ้า ให้มานมัสการพระเจ้าร่วมกันครับ อาเมนมั้ยครับ
ถ้าชีวิตของเรากำลังค่อยๆ ถอยห่างออกจากพระเจ้า พระคัมภีร์ตอนนี้อาจจะสำหรับเราโดยเฉพาะ ความจริงแล้วสำหรับเราทุกคนที่นี่ เพราะเราทุกคนสามารถที่จะค่อยๆ ออกห่างจากพระเจ้าได้โดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ นอกจากการจัดลำดับความสำคัญในชีวิตแล้ว บางคนอาจจะยังคงนิสัยบาปบางอย่างไว้ โดยไม่กลับใจ ความบาปที่ไม่ได้สารภาพแม้เพียงเล็กน้อยก็จะทำให้เราค่อยๆถอยห่างจากพระเจ้า ไม่ว่า จะเป็นนิสัยการพูดโกหก การนินทาว่าร้าย ความเย่อหยิ่ง ความริษยา ความไม่บริสุทธิ์ทางเพศ การดูสื่อที่ไม่เหมาะสม ทางอินเตอร์เนต ไม่ว่าจะเป็นเพศ ความรุนแรง นิสัยบาปเหล่านี้กำลังทำให้เราค่อยๆ ถอยห่างออกจากพระเจ้า ทีละเล็กทีละน้อย ถ้าเราไม่ระมัดระวังรักษาชีวิตให้ดี ฮีบรูบทที่ 4 ตอนนี้กำลังบอกกับเรา ให้เราต้องกลับมาหาพระเจ้า และออกห่างจากนิสัยบาปที่ทำให้ชีวิตเรา ค่อยๆ ถอยห่างออกจากพระเจ้าไป
กลับมาที่พระคัมภีร์
พระคัมภีร์ตอนนี้ได้พูดถึง สถานะหนึ่งที่สำคัญมากในพันธสัญญาเดิม คือ มหาปุโรหิต ซึ่งเริ่มต้นจากอาโรนและสืบทอดต่อมาในครอบครัวของเค้า มีบันทึกอยู่ในพระธรรมอพยพ และเลวีนิติ ผมอยากจะเริ่มต้นจากบทที่ 5 ที่พูดถึงที่มาที่ไปของมหาปุโรหิตก่อน และตามด้วย บทที่ 4 ว่าเราควรจะตอบสนองอย่างไรต่อความจริงที่ว่าพระเยซู ทรงเป็นมหาปุโรหิตผู้ยิ่งใหญ่ ของเรา
ในบทที่ 5 เป็นบทสรุปของคุณสมบัติของมหาปุโรหิต มีอยู่ด้วยกัน 2 ประการครับ ในข้อที่ 1 มหาปุโรหิตต้องเป็นมนุษย์ และ คุณสมบัติที่สองอยู่ในข้อที่ 4 ต้องได้รับการทรงเรียกจากพระเจ้า ดังนั้น มหาปุโรหิต จึงไม่ใช่ อาชีพอย่าง แพทย์ ทนายความ ทหาร วิศวกร ตัวแทนประกัน ที่ใครๆที่อยากเป็นก็มาเป็นได้ มหาปุโรหิตมาจากจากทรงเรียกครับ
เราที่เป็นคนไทยอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับ มหาปุโรหิต ในบริบทวัฒนธรรม ความเชื่อที่ค่อนข้างแตกต่างสำหรับคนไทย เพราะว่าเราไม่ได้เป็นคนยิว ที่มีพื้นฐานความเข้าใจบทบาทของมหาปุโรหิตเป็นอย่างดีในพันธสัญญาเดิม สำหรับวัฒนธรรม ความเชื่อแบบคนไทยอาจจะรับไม่ค่อยได้ด้วยซ้ำ ตัวอย่างเช่นการถวายสัตวบูชา การใช้เลือดปะพรมเพื่อชำระให้บริสุทธิ์ เราจะเข้าใจความหมายของพิธีกรรมเหล่านี้ได้ ก็ต่อเมื่อเราต้องกลับไปที่พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม และเข้าใจว่าพระเจ้าทรงแต่งตั้งมหาปุโรหิตไว้ด้วยเหตุผลอะไร
อย่างที่ผมเกริ่นนำในตอนต้นนะครับ ว่ารากของปัญหาที่แท้จริงมนุษย์คือ ความบาป ศัตรูที่มองไม่เห็นนี้ เมื่อมนุษย์คู่แรกล้มลงในความบาป จากมารซาตาน และความบาป ก็เป็นเหมือนกับเชื้อโรคร้าย ที่ระบาด แพร่กระจาย กัดกินมนุษย์และสิ่งทรงสร้างทั้งหมด ซึ่งรวมถึง สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติรอบๆตัวเรา เป็นเหมือนกับมลพิษ ทำให้สิ่งทรงสร้างและมนุษย์เป็นมลทิน
ในพันธสัญญาเดิม พระเจ้าทรงให้ความสำคัญกับความบาปมาก ทรงแต่งตั้งมหาปุโรหิตให้มีหน้าที่ เป็นตัวแทนของคนอิสราเอล ในการเข้าเฝ้าพระเจ้าในพลับพลา ซึ่งต่อมาเป็นพระวิหารในสมัยของกษัตริย์โซ
โลมอน และมีเพียงมหาปุโรหิตเท่านั้นที่พระเจ้าอนุญาตให้เข้าไปในสถานที่พระเจ้าทรงสถิตคือ อภิสุทธิสถาน ที่ซึ่งมีหีบพันธสัญญาตั้งอยู่ และมีที่นั่งแห่งพระคุณ หรือ mercy seat อยู่บนหีบพันธสัญญา ปีละหนึ่งครั้งใน วันลบมลทินบาป หรือ YomKippor ในภาษายิว ในเดือนตุลาคมของทุกปี เลวีนิติ 16 มหาปุโรหิตต้องทำพิธีสัตวบูชา ไม่ว่าจะเป็นลูกโคตัวผู้ แพะ และเผาบูชาแกะทั้งตัว ใน เลวีนิติ 16 ข้อที่ 11-16
“11ให้อาโรนถวายโคเป็นเครื่องบูชาลบล้างบาปของเขา และลบมลทินตนเองกับครอบครัวของเขา ให้เขา
ฆ่าโคเป็นเครื่องบูชาลบล้างบาปของเขาเอง 12และให้เขาเอากระถางไฟที่มีถ่านลุกอยู่มาจากแท่นบูชาเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ และนำเครื่องหอมทุบละเอียดสองกำมือเข้าไปภายในม่าน 13แล้วเอาเครื่องหอมนั้นใส่บนไฟเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ ให้ควันเครื่องหอมขึ้นคลุมพระที่นั่งกรุณาซึ่งอยู่เหนือหีบแห่งสักขีพยาน เพื่อเขาจะไม่ตาย 14ให้เขาเอาเลือดโคเล็กน้อยประพรมหน้าพระที่นั่งกรุณา โดยประพรมเลือดที่พระที่นั่งกรุณาเจ็ดครั้งด้วยนิ้วมือของเขา 15แล้วให้อาโรนฆ่าแพะที่เป็นเครื่องบูชาลบล้างบาปสำหรับประชาชน นำเลือดแพะเข้าไปภายในม่าน เอาเลือดแพะไปทำเช่นเดียวกับที่ทำกับเลือดโค คือประพรมบนพระที่นั่งกรุณาและที่ข้างหน้าพระที่นั่งกรุณา 16โดยวิธีนี่แหละ เขาจะลบมลทินของอภิสุทธิสถาน เพราะเหตุมลทินของคนอิสราเอล เพราะเหตุการณ์ล่วงละเมิด เพราะบาปทั้งสิ้นของพวกเขา และอาโรนจะทำต่อเต็นท์นัดพบซึ่งอยู่กับเขาท่ามกลางมลทินของพวกเขา”
การประยุกต์ใช้
ความบาป ที่หลายครั้งในสายตาของเรา อาจจะดูเหมือนเล็กน้อย เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ เราอาจจะคิดว่า ทำได้ ไม่ได้เดือดร้อนใคร แต่สำหรับพระเจ้าแล้วไม่ใช่เลย พระเจ้าทรงให้ความสำคัญกับความบาปมาก ดูได้จากพิธีวันลบมลทินที่ซับซ้อน มีรายละเอียด สัตวบูชาในพันธสัญญาเดิมสอนเราว่า (1) เราต้องจ่ายราคาต่อความบาปของเรา ในสมัยนั้น โค แพะ แกะที่ปราศจากตำหนิ เป็นสัตว์เลี้ยงที่มีค่ามากสำหรับคนอิสราเอลในปาเลสไตน์ (2) ผลของความบาปคือความตาย ความพินาศ และประการที่ (3) ไม่มีการหลั่งเลือด ไม่มีการชำระบาป เพราะพระเจ้าไม่ได้มองความบาปแบบสบายๆ ปล่อยผ่านไปได้ ดังนั้นในสายพระเนตรพระเจ้า บาปแม้เพียงเล็กน้อยในสายตาของเรา พระเจ้าทรงจริงจังต่อความบาปมาก เพราะพระองค์บริสุทธิ์ ปราศจากบาปและมลทินใดๆ ในเทศกาลมหาพรตนี้ สัปดาห์หน้าเราก็กำลังจะเข้าสู่สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ เทศกาลมหาพรตจึงเป็นช่วงเวลาที่เราได้ระลึกถึงความบาปของเรา ที่นำไปสู่การสิ้นพระชนม์ของพระเยซู ที่ไม้กางเขน พระเยซู ผู้ทรงเป็นมหาปุโรหิตผู้ยิ่งใหญ่ ทรงสละพระชนม์เป็นเครื่องถวายสัตวบูชาที่ปราศจากมลทิน ตำหนิ ปราศจากบาป เลือดของพระองค์ทรงประพรมที่พระที่นั่งแห่งพระกรุณา หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เกิดแผ่นดินไหว และ ม่านที่เคยกั้นเราไว้จากอภิสุทธิสถานได้ฉีกขาดจากบนลงล่าง โดยผ่านทางพระเยซู คริสต์ เราจึงเขาไปถึงพระนั่งแห่งพระคุณได้ เพื่อรับพระคุณ พระกรุณาจากพระเจ้า ผ่านทางโลหิตของพระคริสต์ พระเมษโปดกของพระเจ้า
กลับไปที่พระคัมภีร์
นอกจากพระองค์ปราศจากความบาปใดๆแล้ว พระเยซูก็ทรงเข้าใจในความอ่อนแอ ในความบาปของเรา เพราะพระองค์ทรงเป็นมหาปุโรหิตที่เป็นมนุษย์แท้ พระองค์เสด็จมาบังเกิด รับสภาพเป็นมนุษย์ ในข้อที่ 7 “ในระหว่างที่พระคริสต์ประทับในโลก พระองค์ทรงถวายคำอธิษฐาน และคำร้องขอด้วยเสียงดังและน้ำพระเนตรไหล ต่อพระเจ้า...” ที่สวนเกเสมเน พระเยซูทรงคร่ำครวญต่อความทนทุกข์ของพระองค์ที่ไม้กางเขน พระคัมภีร์บันทึกว่า พระองค์ทรงเผชิญกับการทดลองให้ทำบาปกับพระเจ้า ในถิ่นทุรกันดารจากมารซาตาน ในมัทธิวบทที่ 4
การประยุกต์
ดังนั้นพระองค์จึงทรงเข้าใจในความอ่อนแอของเรา หลายคนอาจจะคิดว่า ไม่มีใครเข้าใจเรา ไม่มีใครรู้ว่าเรารู้สึกอย่างไรเมื่อต้องเผชิญกับความบาป ความอ่อนแอ ความรู้สึกฟ้องผิดในจิตใจภายใน ความรู้สึกด้อยคุณค่า บางคนต้องเผชิญกับ การผิดหวังในความรัก การที่ถูกคนที่เรารักทรยศหักหลัง พระเยซูก็ทรงเผชิญกับการปฎิเสธ การละทิ้ง และแม้กระทั่งการทรยศ อายัดพระองค์ด้วยผลประโยชน์เพียงเล็กน้อยจากศิษย์ สาวกของพระองค์ บางคนต้องเผชิญกับความอยุติธรรม ได้รับการตัดสินโทษทั้งที่ตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ ถูกตีตราจากสังคมและคนรอบข้าง ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะพิสูจน์ความจริงให้คนอื่นได้รับรู้ พระเยซู ก็เช่นกัน การไต่สวนพิพากษาพระองค์ เป็นสิ่งที่แปลกพิสดารที่สุดในโลกคือ ปิลาสผู้ตัดสินพระองค์บอกว่า พระองค์บริสุทธิ์ ไม่มีความผิดใดๆ แต่กลับพิพากษาพระองค์ให้ถูกตรึงตายที่ไม้กางเขน และเลือกที่จะปล่อยนักโทษอุกฉกรรจ์ ผู้สมควรถูกตรึงที่ไม้กางเขน กลับถูกปล่อยตัวให้เป็นอิสระ
กลับไปที่พระคัมภีร์
ในฮีบรู บทที่ 4 ข้อที่ 15-16 กล่าวว่า “15เพราะว่าเราไม่ได้มีมหาปุโรหิตที่ไม่สามารถจะเห็นใจในความอ่อนแอของเรา แต่ทรงเคยถูกทดลองใจเหมือนเราทุกอย่าง ถึงกระนั้น พระองค์ก็ยังปราศจากบาป 16ฉะนั้นขอให้เราเข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณด้วยความกล้า เพื่อเราจะได้รับพระเมตตาและจะพบพระคุณที่ช่วยเราในยามต้องการ” นี้คือหัวใจของคำเทศนาครับ
การประยุกต์ใช้
พระเจ้าต้องการให้เราตอบสนองต่อพระเยซู ต่อข่าวประเสริฐของพระองค์ ผู้ทรงเป็นมหาปุโรหิตผู้ยิ่งใหญ่ของเรา เพราะโดยพระองค์ เราจึงสามารถเข้าไปรับพระคุณพระเจ้าได้ที่พระที่นั่งแห่งพระคุณ วันนี้ไม่ว่า ความบาปของเราในอดีต ในปัจจุบัน หรือ ความบาปที่เราจะกระทำในอนาคต ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงไร หรือ หนักหนาสาหัสเพียงใดในสายตาของเรา ให้เรากล้าที่จะ กลับใจ หันกลับมาหาพระเจ้า พึ่งพาพระคุณพระเจ้า เข้าไปในอภิสุทธิสถาน ผ่านทางมหาปุโรหิตผู้ยิ่งใหญ่ของเรา คือพระคริสต์ ผ่านทางโลหิตของพระคริสต์ที่ประพรม ชำระแทนความบาปทั้งสิ้นของเรา ไม่มีสิ่งใดที่สายเกินไป วันนี้ถ้าเรากำลังค่อยๆ ถอยห่างจากพระเจ้า เพราะความบาปบางอย่างที่เรายังไม่กลับใจ พระเจ้ากำลังร้องเรียกเราให้กลับมาหาพระองค์ รับการให้อภัย และเริ่มต้นใหม่ได้ในพระคริสต์
อีกประการหนึ่งคือ ความบาป ก็เปรียบเสมือนกับ เชื้อโรค ที่แพร่ระบาดได้ เป็นเหมือนกับเชื้อโรคฝ่ายวิญญาณ และเราเองก็เป็นเหมือนกับพาหะที่แพร่ เชื้อแห่งความบาปนี้ ไปให้กับคนรอบตัวเรา โดยที่เราไม่รู้ตัว หลายครั้งเราทำบาปและทำร้ายคนรอบข้างเรา จากผลของความบาปที่เราได้รับจากผู้อื่น เวลาเราถูกคนที่ทำงานทำร้ายจิตใจ ทำผิดกับเรา บ่อยครั้งเราก็กลับมาระบายอารมณ์ใส่กับคนที่บ้าน กับลูกของเรา กับสามีหรือภรรยาของเรา เด็กๆที่เติบโตมาจากการถูกข่มขู่ บาดแผลทางใจ คุกคามทางเพศ เมื่อเติบโตขึ้นมา ก็มีแนวโน้มที่จะทำแบบเดียวกับที่เค้าเคยถูกกระทำกับเด็กคนอื่นๆ เวลาเราถูกเอาเปรียบ ทำร้าย หักหลัง กลั่นแกล้ง เราก็มักจะตอบโต้กลับคืนไป รุ่นน้องที่ถูกรุ่นพี่รับน้องอย่างรุนแรง ก็ไปทำแบบเดียวกันกับรุ่นน้องถัดๆไป สิ่งนี้เป็นเหมือนกับวงจรอุบาทว์แห่งความบาปที่ไม่มีที่สิ้นสุด เป็นเหมือนกับการแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่เป็นแบบทวีคูณ พระคำตอนนี้กำลังบอกกับเราว่า พระเจ้าไม่เห็นเรื่องบาปเป็นเรื่องล้อเล่นและ เพิกเฉย ปล่อยปละละเลย และในขณะเดียวกัน พระองค์ทรงประทานทางออกให้กับความบาปนี้แล้ว ผ่านทาง พระเยซู ผู้ทรงเป็นมหาปุโรหิตผู้ยิ่งใหญ่ ให้ความบาปและผลของความบาป สิ้นสุดและจบลงที่ตัวเรา เราจะไม่เป็นผู้ที่แพร่เชื้อโรคร้ายนี้ อีกต่อไป “ฉะนั้นขอให้เราเข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณด้วยความกล้า เพื่อเราจะได้รับพระเมตตา และจะพบพระคุณที่ช่วยเราในยามต้องการ” เราต้องการหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์แห่งความบาปนี้ มีทางเดียวคือนำเอาความบาป ผลของความบาปที่เราได้รับ มามอบไว้กับพระเจ้า ที่ไม้กางเขนของพระคริสต์ รับการอภัย รับพระคุณที่เราต้องการ เพื่อที่ความบาปทั้งหมดจะหยุดลง สิ้นสุดลงที่ไม้กางเขน อาเมนมั้ยครับ หมายความว่า เมื่อไรก็ตามที่เราบาดเจ็บ ทำบาป ให้เรานำสิ่งเหล่านี้ มอบไว้กับพระเจ้า รับพระคุณผ่านทางพระคริสต์ ผู้ทรงเป็นมหาปุโรหิตผู้ยิ่งใหญ่ของเรา ให้ความบาป ผลของความบาปใดๆก็ตามจบ และสิ้นสุดที่ตัวเรา คริสเตียนจึงเป็นคนที่ไม่เจ้าคิดเจ้าแค้น ไม่เป็นคนที่คิดร้ายกับผู้อื่น แต่เป็นคนที่พร้อมจะยกโทษและให้อภัยเสมอ และฝากความยุติธรรมและคำพิพากษาทั้งสิ้นไว้กับพระเจ้า
“15เพราะว่าเราไม่ได้มีมหาปุโรหิตที่ไม่สามารถจะเห็นใจในความอ่อนแอของเรา แต่ทรงเคยถูกทดลองใจเหมือนเราทุกอย่าง ถึงกระนั้น พระองค์ก็ยังปราศจากบาป 16ฉะนั้นขอให้เราเข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณด้วยความกล้า เพื่อเราจะได้รับพระเมตตาและจะพบพระคุณที่ช่วยเราในยามต้องการ”
ให้เราร่วมใจกันอธิษฐานครับ
พระเจ้าพระบิดาผู้ทรงเมตตา ลูกขอบคุณพระเจ้า พระวิญญาณบริสุทธ์ที่เปิดตาใจลูกให้เห็นความจริงตามพระวจนะของพระองค์ ลูกขอกลับใจที่หลายต่อหลายครั้งลูกถอยห่างจากพระองค์ ไม่ว่าจากความบาปที่ลูกทำเป็นนิสัย ความเย่อหยิ่ง หรือการที่ลูกให้พระองค์เป็นลำดับท้ายๆในชีวิตของลูก ลูกขอบคุณพระเจ้าสำหรับ พระเยซู คริสต์ ผู้ทรงเป็นมหาปุโรหิตยิ่งใหญ่ของลูก โดยทางพระองค์ ลูกขอเข้ามาที่พระที่นั่งแห่งพระคุณ เพื่อรับพระคุณและพระเมตตาจากพระองค์ ลูกอยู่ที่นี่แล้วในพระนิเวศของพระองค์ ขอทรงเป็นป้อมปราการ เป็นกำลัง ที่ลี้ภัยให้กับลูก ช่วยให้ลูกผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ด้วยฤทธิ์อำนาจของพระองค์ ลูกวางใจในพระองค์ ลูกอธิษฐานกราบทูลทั้งสิ้นในพระนามของพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน
Related Media
Related Sermons